The King of Thailand ♥

posted on 04 Jul 2011 14:12 by waterlilyy
 

    พระคือศูนย์รวมดวงใจ            ปกเกล้าเผ่าไทย
    ทวยราษฎร์ร่มใต้ใบบุญ
  ทรงพระเมตตาการุญ              โอบเอื้อเจือจุน
   บรรเทาทุกข์ปวงประชา
  มหากษัตริย์นักพัฒนา             ทรงยึดปรัชญา
        ความพอเพียงเลี้ยงชีพชน
 พออยู่พอกินขจัดจน               พอดีแห่งตน
อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  พระดำริโครงการมากมี            รวบรวมทฤษฎี
    เพื่อประโยชน์พสกนิกร
 พระเกียรติคุณบวร                  เกริกไกรกำจร
        ธ คือร่มโพธิ์ทองผองไทย
        เฉลิมพระชนม์มงคลสมัย          ปวงราษฎร์รวมใจ 
ด้วยความจงรักภักดี
      พรั่งพร้อมน้อมอัญชุลี               ถวายพรพระภูมี 
       ขอพระองค์ทรงพระเจริญ


 
พระราชประวัติ ✹
 
  
            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบาลเคมบริดจ์ เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาซูเซตส์สหรัฐอเมริกา ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) กับสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (เดิมทรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์) ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ และพระบรมเชษฐาธิราช คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
 
             ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2471 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จจากสหรัฐอเมริกานิวัตประเทศไทยเป็นครั้งแรก ครั้นเมื่อ24 กันยายน พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนกก็เสด็จสวรรคต ณ กรุงเทพฯ จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2476 จึงได้โดยเสด็จพระบรมราชชนนี พร้อมกับพระเชษฐภคินี และพระบรมเชษฐาธิราชไปประทับ ณ ตำหนักวิลล่าวัฒนา เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2481  ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลนิวัติประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานประมาณ 3 เดือน จึงโดยเสด็จกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
            ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2488   ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมกับ สมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ นิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สาม ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวังในระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทย 2 ครั้งหลังนี้ได้โดยเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดหลายครั้ง 
 
            ครั้นในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน รัฐสภามีมติเป็นเอกฉันท์กราบทูลเชิญขึ้นครองสิริราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมพ.ศ.2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กลับไปยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงศึกษาต่อ คราวนี้ทรงเลือกศึกษาวิชากฎหมายและการปกครองแทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่เคยทรงศึกษาแต่เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชภาระที่ต้องทรงรับในฐานะพระมหากษัตริย์ของประเทศ
 
            ในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สี่ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2493

            ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ณ วังสระปทุม พร้อมกับทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณีขึ้น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระปรมาภิไธยเป็น“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ในโอกาสนั้นได้ทรงมีพระบรมราชโองการว่า “เราจักครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  และทรงสถาปนาสมเด็จพระราชินี สิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

            

            เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์
 


            ตลอดระยะวลา 60 กว่าปี ของการครองราชย์ได้ทรงอุทิศพระองค์ ให้แก่ ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปปะการในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและใช้เวลาส่วนพระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยทรงใช้เวลาอยู่กับประชาชนครั้งละนานๆ อย่างใกล้ชิด จึงทรงตระหนักในปัญหาต่างๆ ของประชาชน ซึ่งได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ปัญหา รวมทั้งทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในโครงการต่างๆ ที่ทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน อันเป็นที่มาของโครงการตามพระราชดำริหลายโครงการที่เกิดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทักทายจร้าๆ ^^

#1 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-27 19:39

ทักทายจร้าๆ ^^

#2 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-27 19:40

สวัสดีจร้าอิอิ

#3 By เสื้อยืด (115.87.141.33) on 2011-09-02 13:14

บล็อคสวยจังอิอิ

#4 By เสื้อยืด (115.87.139.12) on 2011-11-02 13:49

cool blog

#5 By graphic (115.87.139.12) on 2011-11-02 13:49

รูปสวยจังครับ

#6 By แก้วเซรามิค (115.87.139.12) on 2011-11-02 13:49

น้ำท่วมระวังๆกันด้วยนะจร้า

#7 By ติดแก๊ส (115.87.139.12) on 2011-11-02 17:02