Cake ♨

posted on 01 Sep 2011 20:44 by waterlilyy

  เค้ก (cake) เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มักจะมีลักษณะหวานและผ่านกระบวนการอบ ซึ่งจะ ทำมาจากแป้ง, น้ำตาล และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ไข่, แป้งเปียก, ผัก, ผลไม้ที่ให้รสหวานหรือเปรี้ยว เป็นต้น หรือส่วนประกอบที่มีไขมัน เช่น เนย, ชีส, ยีสต์, นม, เนยเทียม เป็นต้น และนิยมรับประทานเป็นของหวานและฉลองในเทศกาลต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเกิดและวันแต่งงาน ซึ่งในโลกมีตำรับหรือสูตรการทำเค้กเป็นจำนวนล้านๆ สูตร อีกทั้งตำรับการทำเค้กบางแห่งก็มีการสืบทอดการทำและสูตรตำรับเป็นอายุมากมายหลายศตวรรษ ซึ่งขั้นตอนการทำเค้กนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากมากมาย



เค้กที่มีไขมันเป็นส่วนผสมหลัก มีวิธีทำ 3 วิธี คือ

วิธีที่ 1. ครีมเนย 

เป็นวิธีการผสมโดยตีไขมันกับน้ำตาลจนขึ้นฟูเป็นครีมขาว แล้วค่อยๆใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน จึงใส่แป้งสลับกับของเหลวโดยเริ่มต้นด้วยแป้งและต้องจบด้วยแป้ง การเติมแป้งลักษณะนี้เพื่อให้แป้งดูดซึมน้ำบางส่วนและป้องกันแป้งจับตัวเป็นก้อนผสมกันจนเนียนเรียบ

วิธีที่ 2. ผสมขั้นตอนเดียว 

เป็นการผสมส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้นไข่แล้วตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 5 นาทีจึงใส่ไข่ ตีต่ออีก 5 นาทีด้วยความเร็วต่ำ วิธีนี้มักใช้กับแป้งสำเร็จรูป

วิธีที่ 3. แยกไข่ขาว-ไข่แดง 

เป็นวิธีที่นิยมมาก เพราะจะได้เค้กที่มีปริมาณมาก โดยแยกไข่แดงและไข่ขาวไว้ก่อน แล้วตีเนยกับน้ำตาลจนขึ้นจึงใส่ไข่แดงทีละฟอง ตีผสมจนเข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ใส่ส่วนผสมแป้งสลับกับของเหลว เติมกลิ่นตามต้องการ จากนั้นตีไข่ขาวครีมออฟทาร์ทาร์จนตั้งยอดอ่อนจึงค่อยๆ ใส่น้ำตาลอีกส่วนจนหมดและมีลักษณะตั้งยอดแข็ง ใส่ส่วนผสมแป้ง ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน



เค้กที่มีไข่เป็นส่วนผสมหลัก มี 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1. แองเจิลฟูลเค้ก 

เป็นเค้กที่ใช้ไข่ขาวตีกับน้ำตาลหนึ่งส่วนและใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไปด้วยเพื่อช่วยให้ฟองไข่ขาวอยู่ตัว ไม่เหลวเป็นน้ำ และทำทำให้เนื้อเค้กที่อบเสร็จมีสีขาวละเอียด ส่วนน้ำตาลอีกส่วนนำมาผสมกับแป้ง เกลือ แล้วนำไปผสมกับไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดแข็ง คนเบาๆ ให้เข้ากัน วิธีนี้จะไม่มีไขมัน เพราะฉะนั้นพิมพ์ที่ใช้ใส่ก็ต้องไม่ทาไขมัน

วิธีที่ 2. สปองจ์เค้ก 

เป็นเค้กที่ใช้ไข่ทั้งฟองหรือใช้เฉพาะไข่แดง โดยตีไข่กับน้ำตาลด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งฟองไข่ละเอียดเป็นเนื้อสีขาว จึงใส่ส่วนผสมของแป้ง บางสูตรอาจมีนมและเนยละลายด้วย ซึ่งการเติมเนยละลายนั้นต้องเป็นเนยอุ่นๆ เพื่อป้องกันการยุบตัว และต้องใส่หลังจากผสมแป้งแล้วโดยคนเร็วๆ และเบา

ชิฟฟอนเค้ก เป็นเค้กที่มีเนื้อเบาและนุ่ม มีวิธีการทำ 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1. แยกเอาไข่แดง - ไข่ขาว จากนั้นตีไข่ผสมกับแป้ง น้ำตาลหนึ่งส่วน ผงฟู เกลือ น้ำมันพืช และน้ำ คนจนส่วนผสมเนียน

ขั้นตอนที่ 2. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ หรือน้ำมะนาวพอขึ้น จึงค่อยๆใส่น้ำตาลอีกส่วน ตีจนฟองแข็งตัวตั้งยอดแข็งจึงใส่ส่วนผสมไข่แดงตะล่อมเบาๆจนเข้ากันดีขั้นตอนนี้สำคัญมากต้องผสมเบาๆมือ 


สาเหตุที่ทำให้เค้กเสียและวิธีการแก้ไข
การทำเค้กที่ดีจะต้องอาศัยเทคนิคแล้วยังต้องมีประสบการณ์ สัดส่วนและสิ่งที่ทำอย่างถูกต้อง ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเสมอและวิธีแก้ไขดังนี้ 
เค้กหน้าไม่เรียบ ฟู และแตก วิธีแก้ไข ก็คือใช้ที่ปาด แตะน้ำมันพืชทาบนเนื้อขนมก่อนเข้าอบ 
เค้กยุบตรงกลางเป็นเพราะอุณหภูมิในการอบไม่ถูกต้องใช้ไฟอ่อนหรือไฟแรงเกินไป ควรปรับอุณหภูมิให้ถูกต้อง หรืออาจใส่ผงฟูหรือน้ำตาลมากเกินไป เป็นเพราะเคลื่อนย้ายเค้ก หรือเปิดเตาอบขณะเค้กกำลังขึ้น 
ผิวหน้าเค้กแฉะ เป็นเพราะอบไว้ไม่สุกดี วิธีแก้ไขควรอบให้สุก ตรวจสอบอุณหภูมิของเตาอบ 
เค้กที่มีรูใหญ่ๆ เป็นเพราะส่วนผสมแห้งเกินไป ผสมกันไม่ทั่ว เทเค้กลงในพิมพ์ไม่ต่อเนื่อง วิธีแก้ไขควรผสมให้เข้ากันอย่างทั่วถึง เทเค้กลงพิมพ์ให้ต่อเนื่องกัน ไล่อากาศก่อนเข้า เตาอบโดยเคาะพิมพ์เบาๆ หรือใช้พายยางลากไปมาในเนื้อขนมก่อนนำเข้าเตาอบ 
เนื้อเค้กแห้ง เป็นเพระตีไข่ขาวนานเกินไป หรืออบนานเกินไปวิธีแก้ไขควรตีไข่ขาวถึงจุดที่ต้องการเท่านั้นไม่ควรอบนานเกินไปตรวจสอบอุณหภูมิอย่างถูกต้อง 

14 ข้อควรใส่ใจในการทำเค้ก
แป้งต้องนำมาร่อนก่อนทุกครั้งจึงค่อยตวง
ในการร่อนส่วนผสมแต่ละครั้งต้องร่อนผงฟู แป้ง และเกลือรวมกัน
การตวงต้องตวงให้พอดีกับช้อนตวง ไม่พูนขึ้นมา 
การคนน้ำตาลและเนย ต้องคนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีมก่อนจะใส่ไข่ ในการคนไข่ต้องคนให้เข้ากันดี
ในการคนส่วนผสมต้องคนให้เข้ากันก่อน โดยวิธีการตะล่อมๆ คนพลิกจากข้างล่างมาข้างบน แล้วจึงใส่นมตาม คนให้เข้ากันแล้วจึงใส่แป้งโดยต้องค่อยๆใส่ทีละน้อยๆ 
ถาดที่ใส่ส่วนผสมในการอบ ต้องปูด้วยกระดาษก่อนแล้วจึงค่อยทาเนยก่อนเทส่วนผสมใส่ทุกครั้ง 
การเทขนมลงในพิมพ์ ควรเทขนมเพียงค่อนของพิมพ์ เพราะเวลาอบขนมจะพองตัวขึ้นเต็มพิมพ์พอดี แล้วจึงใช้ไม้เขี่ยให้ถึงพื้นพิมพ์เพื่อไล่อากาศออก
 ติดเตาอบตั้งไฟให้ถึงความร้อนตามที่ตำราบอกก่อน จึงจะใส่ขนม เมื่อขนมสุกจะมีสีน้ำตาลทอง ขนมจะหดตัวร่อนจากขอบพิมพ์ จึงเอาออกจากเตาวางบนตะแกรง และค่อยๆเลาะเอากระดาษออก
นมที่ใช้ต้องเป็นนมสดเท่านั้น หรือถ้าจะใช้นมข้นจืด (นมระเหย) ต้องเติมน้ำอีกเท่าตัว แต่ทางที่ดีควรใช้นมสดจะดีกว่า
 น้ำตาลที่ใช้ต้องเป็นน้ำตาลทรายป่น หรือน้ำตาลทรายป่นละเอียด เพื่อในการผสมส่วนผสมจะละลายง่าย
น้ำตาลไอซิ่ง คือ น้ำตาลทรายผงละเอียดที่ผสมแป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน ใช้ในการแต่งหน้าเค้ก หรือโรยหน้าขนมปัง
 ไข่ที่ใช้หมายถึงไข่ไก่ทั้งฟอง ถ้าตำราระบุว่าใช้ไข่แดง คือไข่แดงที่แยกไข่ขาวออกแล้ว
 โกโก้ผงละเอียดเมื่อผสมน้ำแล้วเรียกว่า ช็อกโกแลต
กลิ่นที่นิยมใช้ในการทำขนมคือ กลิ่นวานิลา กลิ่นส้ม กลิ่นกล้วย กลิ่นกาแฟ กลิ่นบรั่นดี กลิ่นช็อกโกแลต กลิ่นอลามัน ดังนั้นจึงควรมีกลิ่นพวกนี้ไว้ใช้ได้ตลอดเวลา
 

  

edit @ 1 Sep 2011 21:23:51 by waterlilyy

คำถามหน้า69

posted on 17 Aug 2011 21:43 by waterlilyy
1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร 
 การนำองค์ประกอบของสื่อชนิดต่างๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรืออนิเมชั่น เสียง และวิดีโอ โดยผ่านกระบวนการทางระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสื่อความหมายกับผู้ใช้อย่างมีปฏิสัมพันธ์และได้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
 
2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร 
สะดวกกว่า เพราะสามารถนำเสนอข้อมูลได้โดยไม่ต้องตีพิมพ์ออกมา รวมถึงยังมีความน่าสนใจมากกว่าเพราะสามารถเพิ่มวีดีโอเข้าไปช่วยในการนำเสนอได้ 
 
3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง 
 ตัวหนังสือ เสียง ภาพนิ่ง,เคลื่อนไหว
 
4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร 
 ภายใน คือ ลิ้งค์ที่เชื่อมโยงในไฟล์เดียวกัน ภายนอก คือ ลิ้งค์ที่เชื่อมโยงอีกไฟล์หรือจากอินเตอร์เน็ต
 
5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง 
 โทรศัพท์ เว็บแคม โปรเจกเตอร์
 
6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด 
 Microsoft Powerpoint เพราะ ใช้งานง่าย สามารถเพิ่มรูปภาพ เสียง วีดีโอต่างๆลงไปได้ สามารถตกแต่งงานให้มีความน่าสนใจมากขึ้นได้ รวมถึงการนำเสนอก็ง่ายมากด้วย 
 
7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร 
เลือกเมนู  File > New > On my computer > คลิกแท็บ Presentations 
เลือกสไลด์ที่เราต้องการ จากนั้นกดปุ่ม ok 
 
8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด 
 เลือกกล่องข้อความหรือสิ่งที่ต้องการให้เคลื่อนไหว จากนั้นคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง" เลือกลักษณะตามต้องการ 
 
9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม 
 Microsoft office word, Microsoft PowerPoint, Microsoft excel
 
10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร 
ได้ โดยอาจใช้การนำเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบอื่น เช่น รูปภาพ เสียง วีดีโอ แผนภูมิ
 
11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร 
 ไม่จำเป็น เพราะ อาจเปิดในคอมพิวเตอร์หรือฉายโปรเจกเตอร์แทนได้ เป็นต้น 

12. Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร 
ได้ โดยให้เลือกเมนู"แทรก" จากนั้นเลือก "รูปภาพ,ภาพตัดปะ,ภาพยนต์ หรือเสียง" และเลือกไฟล์ที่ต้องการใช้
 
13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร 
ทำให้ได้รับความเข้าใจมากขึ้น เพราะจะดูและศึกษาได้ง่ายกว่า รวมถึงน่าสนใจกว่า 
 
14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง 
 ฮาร์ดแวร์ - Server  ซอฟต์แวร์ - Microsoft Hyper-V Server
 
15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน 
 คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรทัศน์
 

edit @ 17 Aug 2011 22:10:49 by waterlilyy

COBOL ♣

posted on 10 Jul 2011 19:11 by waterlilyy
 
 ภาษาโคบอล (COBOL)  

            ภาษาโคบอล (COBOL programming language) เป็นภาษาโปรแกรมระดับสูงภาษาหนึ่งที่อยู่มาอย่างยาวนาน COBOL ย่อมาจาก Common Business Oriented Language เป็นภาษาที่นิยมนำไปใช้ทางธุรกิจ ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อค.ศ.1959 โดยนักคอมพิวเตอร์กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า Conference on Data Systems Languages (CODASYL) และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 ภาษาโคบอลมีการแก้ไขและปรับปรุงอยู่ตลอด ดังนั้น เพื่อขจัดปัญหาความแตกต่างของตัวภาษาโคบอลในแต่ละเวอร์ชัน สถาบันมาตรฐานแห่งชาตอเมริกัน(ANSI) จึงได้พัฒนามาตรฐานกลางขึ้นมาในปี ค.ศ. 1968 เป็นที่รู้จักกันในนามของ ANS COBOL ต่อมาเมื่อ ปี ค.ศ. 1974 ทาง ANSI ได้นำเสนอ ANS COBOL รุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่ารุ่น 1968 และในปี ค.ศ. 1985 ANSI ก็นำเสนออีกรุ่นหนึ่งที่มีคุณสมบัติมากกว่ารุ่นปี 1974

            ภาษาโคบอล เป็นภาษาที่นิยมใช้กันมากในทางธุรกิจ เป็นภาษาที่เขียนสั่งการทำงานโดยใช้คำพูดเป็นประโยค ภายในประโยคจะมีกริยา เมื่อจบแต่ละประโยคจะต้องมีจุด  (.) กำกับเมื่อจบ ภาษานี้ไม่เหมาะกับงานที่มีการคำนวณเพราะเขียนยากกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานตามภาษาโคบอลได้  จะต้องมีตัวแปลชุดคำสั่งภาษาโคบอล เพื่อใช้ในการแปลชุดคำสั่งภาษาโคบอลที่เป็นชุดคำสั่งเริ่มต้น  เป็นภาษาเครื่องที่ชุดคำสั่งควบคุมจะสามารถรับได้ ชุดคำสั่งทำงานที่แปลได้นี้อาจจะอยู่ในรูปของบัตรแถบแม่เหล็ก หรือจานแม่เหล็ก

รูปแบบภาษาโคบอลแบ่งออกเป็น 4 ดิวิชั่น คือ

             ส่วนกำหนดลักษณะ Identification division เป็นส่วนที่บอกชื่อผู้เขียน และวันที่เขียน

             ส่วนบอกลักษณะเครื่อง Environment division เป็นส่วนที่บอกว่าจะใช้เครื่องอ่านบัตร เครื่องพิมพ์แถบแม่เหล็ก และจานแม่เหล็กอย่างไร

             ส่วนบอกลักษณะข้อมูล Data division เป็นส่วนที่บอกว่าการจัดข้อมูลที่จะนำเข้าและแสดงผลมีลักษณะเช่นใด รวมทั้งข้อมูลที่จำในหน่วยความจำเป็นอย่างไร

             ส่วนบอกการทำงาน Procedure division เป็นส่วนที่เขียนคำสั่งที่นำเอาข้อมูลที่กำหนดในส่วนบอกลักษณะข้อมูลมาใช้งาน


 ครบรอบ 50 ปี ภาษาโคบอล  

            เมื่อปีค.ศ. 1959 ภาษาโคบอล ได้ถูกสร้างขึ้นโดย Grace Murray Hopper นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์หญิงรุ่นบุกเบิก โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่าคอมพิวเตอร์ต่างยี่ห้อควรทำงานได้จากโค้ดเดียวกัน และสร้างมาตรฐานที่ชื่อว่า FLOW-MATIC ขึ้น จากนั้นคณะกรรมการสร้างมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ของทหารเรือสหรัฐฯ จึงได้ปรับปรุงมาตรฐานนี้ขึ้นมาเป็นภาษาโคบอล แต่การทำงานจริงนั้นต้องรอจนคอมไพล์เลอร์ออกมาในวันที่ 6 และ 7 ธันวาคมปี 1960 เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องจาก RCA และ Remington-Rand Univac สามารถทำงานด้วยซอฟต์แวร์ชุดเดียวกันเป็นผลสำเร็จ

         ห้าสิบปีผ่านไปภาษาโคบอล ยังคงเป็นภาษาที่มีความสำคัญสูง หน่วยงานธุรกิจจำนวนมากยังคงมีซอฟต์แวร์ แกนกลางเป็นภาษาโคบอล แม้แต่ในดัชนีTIOBE ภาษาโคบอลยังคงครองอันดับ 34 เหนือกว่าภาษา ActionScript, Haskell, VB.NET, และ Erlang